วันคล้ายวันสถาปนาครบรอบ 40 ปี กองบินตำรวจ 

บุคลากรอันทรงคุณค่าของกองบินตำรวจ  

อดีต :

ผมมีความภูมิใจ ประทับใจ และมีความสุขอย่างยิ่งในการฏิบัติหน้าที่ ร่วมชีวิต ร่วมเป็น

ร่วมตาย ในฐานะ “นักบินตำรวจ” กับเพื่อนข้าราชการกองบินตำรวจทุกท่านในอดีตที่ผ่านมา

ปัจจุบัน :

จากวัยเด็กสู่วัยหนุ่มฉกรรจ์ของกองบินตำรวจในวันนี้ ขอให้ข้าราชการกองบินตำรวจ

ทุกคน รวมพลัง รวมใจ รวมความคิด เตรียมพลังกายใจไว้ให้พร้อม เพื่อปฏิบัติหน้าที่การงาน
ตามภารกิจให้ได้ผลสำเร็จสูงสุดแก่ราชการ และประเทศชาติอันเป็นที่รักยิ่งของเราทุกคน

อนาคต :

เป็นที่พึ่งของประชาชน เป็นความหวังของตำรวจ เมื่อต้องการเรียกหา “อัศวินม้า

ขาว” ตลอดไป

ผมเป็นคนกองบินตำรวจ
“ถึงวันกองบินตำรวจอีกแล้ว...
ผมนึกเช่นนี้เสมอมา ตั้งแต่เริ่มมีวันกองบินตำรวจ นานมาแล้วพอสมควร เมื่อนึกย้อนกลับไปตั้งแต่วันที่
ผมมาสมัครเป็นนักบินตำรวจที่กองกำกับการบินลำเลียงฯ ขึ้นกับตำรวจตระเวนชายแดนไปฝึกบินกลับมา
เป็นนักบินตำรวจ ในระยะเวลาเตรียมที่จะตั้งเป็นกองบังคับการในเวลานั้น นายตำรวจรุ่นเดียวกันได้รับมอบหมาย
ให้ทำหน้าที่ฝ่ายอำนวยการไปด้วย บางท่านได้รับคำสั่งให้ทำงานด้านวางแผน บางท่านให้ทำงานด้านส่งกำลัง

บางท่านให้ทำงานบริหาร การซ่อมบำรุง บางท่านทำงานทางด้านการฝึก รวมถึงงานด้านสวัสดิการ ภายใต้ยุทธศาสตร์ “จับปูใส่กระด้ง” เมื่อ
พร้อมแล้วต่อมาก็ตั้งเป็น กองบินตำรวจ ช่วยกันทำจนมีชื่อเสียง สำหรับผมได้อยู่รับราชการหลายตำแหน่ง หลายหน้าที่ จนสุดท้ายได้เป็นนักบิน
เอก แล้ววันหนึ่งผมก็ จากกองบินตำรวจไป

ผมจากไปด้วยความคิดถึง คิดถึงทุกๆ คน คิดถึงบุญคุณผู้บังคับบัญชา คิดถึงครูการบินที่เสียสละสอนให้ คิดถึงเพื่อนที่ช่วยฝึกบิน

หาความชำนาญให้ คิดถึงมิตรร่วมเป็นร่วมตาย ซึ่งผมมีที่กองบินตำรวจ คิดถึงผู้ใต้บังคับบัญชา ที่ยอมเสียสละให้กับทางราชการแม้แต่ชีวิต
คิดถึงสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของกองบินตำรวจที่ผมเคยอ้อนวอนขอให้ช่วย คิดถึงบ้านเลขที่ 100/35 กองบินตำรวจที่เคยอยู่อย่างมีความสุข ผมภูมิใจที่
ได้เคยเป็นนักบินในกองบินตำรวจ เลยได้เคยรับราชการที่กองบินตำรวจ บอกได้เลยว่าผมเป็นคนกองบินตำรวจ บอกได้เลย.....”

พล.ร.อ. ประภัทร์เผ่า  ปัณยาชีวะ 

รองสมุหราชองครักษ์

 

พล.ต.อ.ณรงค์วิช  ไทยทอง 

อดีต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

บุคลากรอันทรงคุณค่าของกองบินตำรวจ  

ข้าพเจ้าเป็นตำรวจผู้หนึ่งที่ใช้กำลังพล เครื่องมือ และอุปกรณ์ทั้งหมดที่มีในการเข้าแก้ไขปัญหาและต่อสู้กับ
อาชญากรรม หน่วยงานที่ไม่เคยมองข้ามเลย คือ กองบินตำรวจ ซึ่งได้ถูก ขอความร่วมมือให้ช่วยเหลือในงานป้องกัน
อาชญากรรม ตลอดมา โดยจะยกตัวอย่างสัก 2 เรื่อง คือ
เมื่อประมาณปลายปี พ.ศ.2541 ขณะนั้นข้าพเจ้ารับผิดชอบพื่นที่ภาคเหนือของประเทศ ได้สั่งเร่งรัด ให้ปราบปราม
ยาเสพติด วันหนึ่งตำรวจ สถานีตำรวจภูธรอำเภอปางมะผ้า จ.แม่ฮ่องสอน ได้สืบทราบว่า ในพื้นที่ ป่าภูเขาติดชายแดน
มีคนร้ายเข้ามาตั้งโรงงานผลิตเฮโรอีน ทาง สภ.อ.ปางมะผ้า ได้จัดกำลังเดินเท้าเข้าไปยังโรงงานกว่าจะถึงก็เป็นเวลา

บ่ายมากแล้ว มีการปะทะและได้ทำลายโรงงานจนหมดสิ้น กำลังตำรวจจึงได้ถอนกำลังกลับ โดยการเดินเท้าในป่า เวลาประมาณ 21.00 น.
ข้าพเจ้าได้รับรายงานจากศูนย์วิทยุตำรวจแม่ฮ่องสอนว่า กำลังตำรวจถูกซุ่มโจมตีกลางทาง มีการปะทะกัน ตำรวจถูกยิงที่ท้องบาดเจ็บสาหัส 2 คน
จึงได้สั่งไปยังหน่วยบินตำรวจที่ อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ ให้จัด ฮ.พร้อมแพทย์จากโรงพยาบาลดารารัศมีเข้าไปช่วย แต่ได้รับคำตอบว่า ฮ.ครบ
ชั่วโมงบิน ไม่สามารถบินได้ จึงได้ติดต่อกับผู้บัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน ขอให้จัดชุดเคลื่อนที่เร็ว 2 ชุด พร้อมพลพยาบาลและเครื่องมือ
แพทย์ขึ้นไปช่วยเหลือ ทางตำรวจตระเวนชายแดนได้รีบดำเนินการทันที หลังจากนั้นข้าพเจ้าได้โทรศัพท์ไปที่บ้านผู้บังคับการกองบินตำรวจ
ได้ทราบว่าท่านเพิ่งบินกลับมาจากภารกิจ ได้ขอพูดด้วยและเล่าเหตุการณ์ให้ฟัง ขอให้พิจารณาช่วยเหลือ ผบก.กองบินตำรวจ แจ้งว่าจะนำ
ฮ.บินขึ้นไปเอง โดยเวลาประมาณ 23.00 น. พล.ต.ต.จำรัส เทศน้อย ผบก.บตร.ได้นำ ฮ.บินไปในฐานะนักบินที่ 1 และพ.ต.ท.สถาพร สุจริต
เป็นนักบินที่ 2 และ ฮ.ลำที่ 2 มี พ.ต.ท.โสภณ ภูมิเจริญ เป็นนักบินที่ 1 พ.ต.ต.ชุมพล ดีเจริญ เป็นนักบินที่ 2 ได้ออกเดินทางจากกองบิน
ตำรวจ หลังจากแวะเติมน้ำมันแล้ว ได้นำ ฮ.ไปที่จุดนัดพบเมื่อฟ้าสาง ได้ช่วยนำตำรวจที่บาดเจ็บสาหัสส่งโรงพยาบาล ช่วยชีวิตไว้ทัน 1 ราย
ส่วนอีก 1 ราย เสียเลือดมากไม่อาจช่วยไว้ได้

วีรกรรมของตำรวจภาคพื้นดินก็เป็นส่วนหนึ่ง แต่ความตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ ความรับผิดชอบที่มี ความห่วงใยเพื่อนตำรวจที่บาดเจ็บ

มีพร้อมอยู่ในตัวของตำรวจกองบิน และต้องถือว่าเป็นผู้มีวินัย ไม่ได้คิดบ่ายเบี่ยงหรือปฏิเสธที่จะเดินทางเข้าไปในป่าหุบเขาในเวลากลางคืน
อีกเรื่องหนึ่ง ในปี พ.ศ.2542 ข้าพเจ้าเดินทางกลับมาจากภารกิจป้องกันปราบปรามยาเสพติดในเวลากลางคืน โดย ฮ.ของกองบินตำรวจ มี
พ.ต.ท.วีระชัย ชุ่มเทศสร เป็นนักบินที่ 1 พ.ต.ท.เฉลิมชัย ฉัตรแก้ว เป็นนักบินที่ 2 เมื่อใกล้ถึงที่หมาย เห็นเมฆฝนคลุมกรุงเทพอยู่เป็นเมฆดำ
มีฟ้าผ่า นักบินได้พยายามบินหลบฝน แต่คืนนั้นฝนตกหนักมากและมีเมฆดำคลุมอยู่ เมื่อใกล้ถึงกองบินตำรวจ หรือ 10 นาทีสุดท้ายก่อนลง
ได้บินผ่านเข้าไปในกลุ่มฝนหนาแน่นมาก นักบินเปิดปัดน้ำฝนเร็วสุดยังเกือบไม่เห็น แต่ด้วยความมีสติมั่นคง กล้าหาญ ไม่หวาดหวั่นกับพายุฝน
ฟ้าร้อง ฟ้าผ่ารอบๆ ตัวแต่อย่างใด สามารถบินโดยไม่มีอาการและนำเครื่องลงได้อยางนิ่มนวล จนผู้โดยสารทุกคนปรบมือให้

ในโอกาสครบรอบ 40 ปี ของกองบินตำรวจ ขอให้ตำรวจทุกท่านในกองบินตำรวจ จงภาคภูมิใจในวีรกรรมของหน่วยที่ได้สร้างไว้ ซึ่งเป็น

เรื่องน่าภาคภูมิใจและมีเกียรติยศอย่างยิ่ง ขอให้ช่วยกันสร้างเกียรติประวัติ และความภาคภูมิใจนี้ต่อไป เพื่อประเทศชาติและพี่น้องประชาชน
และสุดท้ายขอให้ผู้ประกอบกรรมดีทั้งหลาย จงแคล้วคลาดจากภัยพิบัติทั้งปวง จงเจริญรุ่งเรืองถึงพร้อมด้วยจตุรพิธพรชัยจงทุกประการ

พล.ต.อ.สมชาย  มิลินทางกูร 
อดีต รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ